ขายของออนไลน์

ขายของออนไลน์ แบบซันคิดบีเคเค

ทุกวันนี้เทรนการใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อคน ในแต่ละวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และหลายคนหันมาทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ หนึ่งในนั้นคือการเปิดร้านขายออนไล์ไม่ว่าจะนำของที่อยู่ในประเทศ หรือต่างประเทศ ขายของให้กับคนที่ไม่มีเวลาไปเดินชื้อของแบบวิถีนักช็อปแบบสมัยก่อน ดังนั้นการขายของออนไลน์จึงเป็นเทรนที่พ่อค้าแม่ค้าอายุน้อยเริ่มเข้ามามีบทบาทและพัฒนากลยุทธ์การขายบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งทุกคนหวังเพียงว่าจะทำกำไรจากการขายให้ได้มาก ซึ่งก็เหมือนเรา เราไม่ปฏิเสธคำพูดนี้ แต่ก็มีไม่น้อยที่ e-commerce เป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกขายของด้อยคุณภาพ  ดังนั้นเราจึงเพียงหวังว่าพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาขายของออนไลน์ จะความสื่อสัตย์ต่อลูกค้าและอาชีพของตัวเอง เนื่องในซันคิดบีเคเคเป็น e-commerce เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตลาดการค้าบนโลกออนไลน์ และมีความมุ่งหวังว่าสิ้นค้าจะขายดี และมีลูกค้าประจำ เราจึงอยากจะแชร์ การขายของแบบซันคิดบีเคเค ที่ได้อ้างจากบทความอื่นๆ และรวบรวมให้เป็นแบบฉบับของเราให้ผู้อ่านได้รับทราบ

 

1. สร้างความประทับใจแรกด้วยการตกแต่งร้านให้ดูดี

ใครว่าเปิดร้านค้าออนไลน์แล้วไม่ต้องตกแต่งร้าน ในเมื่อมีร้านเป็นพันเป็นหมื่นอยู่บนโลกออนไลน์เหมือนกัน ลูกค้าก็สามารถเลือกร้านที่ทำให้รู้สึกดีมากกว่าได้ เพราะฉะนั้นคุณควรออกแบบรูปภาพที่ใช้บนร้านของคุณให้สวยและตรงกับภาพลักษณ์ที่ต้องการ เช่น Web Profile และ Product Image ของร้านค้า เช่น ออกแบบให้ดูหรูหราสำหรับร้านเครื่องประดับ แต่ถ้าเป็นร้านขนมก็อาจจะต้องดูสดใสและอบอุ่น เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และอย่าลืมใส่รายละเอียดของร้านให้ครบเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

2. สร้างทำเลการขาย

ถึงจะเป็นร้านค้าออนไลน์ คุณก็สามารถกำหนดได้ว่าอยากได้ทำเลที่ดีขนาดไหน ทำเลที่ดีก็คือทำเลที่มีคนเห็นสินค้าเราเยอะๆ แล้วทำอย่างไรให้ร้านเราอยู่ในทำเลที่ดี? คำตอบคือ โฆษณา เช่น การทำ SEO, AdWords google, Facebook อื่นๆ ซึ่งที่กล่าวมาจะต้องจ่ายค่าโฆษณา ก็ไม่ต่างอะไรกับค่าเช่าที่ ยิ่งมีคนเยอะ ค่าเช่าที่ก็แพงตาม แต่ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าน่าลงทุนถ้าร้านเราดีจริงๆ ลูกค้าเก่าก็จะกลับมาเรื่อยๆ และลูกค้าใหม่ก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

3. ขยันโพสต์สินค้าทั้งเก่าและใหม่

เมื่อคุณตั้งใจจะขายของ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือนำสินค้าของคุณออกมาเสนอผู้ซื้อ ทั้งสินค้าเก่าและใหม่ ยิ่งบนเฟสบุ๊คคุณยิ่งต้องพยายามนำเสนอสินค้าด้วยการโพสต์บ่อยๆ เพื่อให้คนเห็นมากขึ้น แต่ระวังอย่าโพสต์ติดกันเกินไปเพราะมันอาจจะสร้างความรำคาญแทน อย่าลืมเลือกเวลาในแต่ละวันแล้วลองโพสต์ดูว่าเวลาไหนที่โพสต์ได้รับการตอบรับมากที่สุด และพยายามเลือกโพสต์เวลานั้น เปรียบเสมือนเรากำลังทำวิจัยตลาดเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อที่เราจะได้เปรียบคู่แข่งขันในตลาดออนไลน์นั้นเอง

 

4. โปร่งใสและตรวจสอบได้

มีผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเลยที่ใช้เวลาค้นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะซื้อสินค้าออนไลน์ ที่เป็นแบบนี้เพราะร้านค้าออนไลน์นั่นน่าเชื่อถือน้อยกว่าร้านที่มีหน้าร้านจริงๆ  เพราะฉะนั้นร้านค้าออนไลน์มีหน้าที่ต้องลงรายละเอียดที่จะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ราคา ขนาด เกรดของสินค้า วัสดุที่ใช้ รวมถึงระยะเวลาที่คุณจะส่งของให้ได้ และแจ้งเลขพัสดุเมื่อมีการส่งสินค้า สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านของคุณในระยะยาว

 

5. สร้างวินัยให้ตัวเอง

การขายสินค้าออนไลน์อาจจะดูสบาย เพราะคุณไม่ต้องนั่งเฝ้าร้าน ไม่ต้องนั่งคอยลูกค้า แต่นั่นก็เหมือนเป็นดาบสองคม เพราะความสบายอาจทำให้คุณละเลยที่จะตอบลูกค้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีลูกค้าก็หนีไปหาร้านอื่นแล้ว ดังนั้นคุณควรตั้งกฏเหล็กให้ตัวเอง เช่น จะโพสต์สินค้าอย่างน้อยวันละกี่ครั้ง ลงสินค้าใหม่อย่างน้อยเดือนละกี่ชิ้น จะทำงานตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง หรือห้ามให้ลูกค้ารอนานเกิน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณเกิดไม่ว่างจริงๆ คุณอาจใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติเพื่อช่วยตอบคำถามลูกค้าและซื้อเวลาให้ตัวเองก่อนก็ได้

 

6. ผิดได้ ขอโทษให้เป็น

หากเกิดข้อผิดพลาดให้ขอโทษอย่างสุภาพและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา คุณอาจใช้จังหวะแบบนี้สร้างความประทับใจที่ดีให้ลูกค้าก็ได้ เช่น ถ้าลูกค้ายังสนใจสินค้าอยู่ คุณอาจลองเสนอสินค้าที่มีแบบใกล้เคียงกัน พร้อมลดราคาให้เพื่อเป็นการขอโทษ

 

7. สื่อสารอย่างมืออาชีพ

ไม่ว่าเวลาโพสต์สินค้าหรือการคุยกับลูกค้าทางแชท คุณต้องสามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ เตรียมคำตอบให้พร้อมกับคำถามที่คิดว่าจะถูกถามบ่อยๆ เช่น มีหน้าร้านไหม? มี Line หรือเปล่า? คิดค่าส่งอย่างไร? ทำไมราคาสินค้าจึงแตกต่างจากร้านอื่น? ลดได้ไหม? เป็นต้น

Written by 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *